bkh

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab)

     “การนอน” เป็นหนึ่งในกิจวัตรที่สำคัญ แต่หลายครั้งถูกละเลยทั้งที่คนเราใช้เวลาถึง 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน  อาจเพราะด้วยไลฟสไตล์ที่เปลี่ยนไป ไม่เพียงก่อให้เกิดสิ่งเร้ารอบตัวมากมายที่พร้อมเบียดเบียนเวลานอนให้น้อยลงไป แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ หลายคนไม่รู้เท่าทันสุขภาพการนอนของตัวเอง จึงไม่รู้ตัวด้วยซํ้าว่าสัญญาณผิดปกติ เช่น นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ ลมชัก หรือง่วงนอนผิดปกติ ที่ร่างกายส่งออกมานั้น ไม่ใช่เรื่องขำขัน แต่เป็นการบอกให้รู้ว่าร่างกายของคุณกำลังมีปัญหา และต้องการการรักษา
      ปัจจุบัน คนไข้ที่มีปัญหาด้านการนอนหลับ (Sleep  Disorders) มีแนวโน้มสูงขึ้น  โดยปัญหายอดฮิตยังหนีไม่พ้นปัญหา “นอนกรน” ซึ่งหลายครั้งถูกมองว่าเป็นเรื่องขำ ๆ ที่เพียงสร้างความรำคาญให้คนข้างกาย แต่ความจริงแล้ว อานุภาพของการนอนกรนร้ายแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วย อาจส่งผลให้

อุปกรณ์สำหรับตรวจการนอนหลับ ชนิดตรวจที่บ้าน รุ่น watch PAT

  • – ระดับออกซิเจนในเลือดตํ่าลง
  • – สมองเกิดการตื่นตัว หลับไม่สนิท
  • – ความสามารถในการหลับลึกน้อยลง
  • – อาจมีส่วนทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดฝันร้ายในบางคน
  • – กระทบต่อกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ความสามารถในการจดจำ

     หากปล่อยไว้เรื้อรังยิ่งมีโอกาสนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน กรดไหลย้อน หลอดเลือดสมอง และยังอาจมีผลทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงก่อนวัยอันควร

เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด

อาการนอนกรน (Snoring) คืออะไร

          อาการนอนกรนเกิดในขณะนอนหลับ กล้ามเนื้อคอจะผ่อนคลายและหย่อนตัว ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง อากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง จะทำให้เกิดการสั่นของเนื้อเยื่อคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน ลิ้นไก่ การสั่นดังกล่าวทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น นอกจากการหย่อนของกล้ามเนื้อคอ ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการแคบลงหรืออุดตันของทางเดินหายใจ เช่น ต่อมทอนซิลโต ผู้ป่วยที่อ้วนมากอาจมีเนื้อเยื่อผนังคอที่มาก ผู้ป่วยมีลิ้นโต การมีเนื้องอกหรือถุงนํ้าของระบบทางเดินหายใจส่วนบน อาการนอนกรนจึงเป็นสัญญาณว่าผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

ประเภทการนอนกรน
          1. การนอนกรนธรรมดา มีผลกระทบได้บ้างในระยะยาวต่อตัวผู้ป่วยเอง โดยอาจทำให้เส้นเลือดสมองที่คอซึ่งไปเลี้ยงสมองหนาตัวขึ้น นอกจากนั้นยังอาจมีผลกระทบต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับคู่นอน ทำให้นอนหลับยาก รวมทั้งอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ
          2. การนอนกรนอันตราย (มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย) หลายคนคงเคยสังเกตเห็นคนที่นอนกรนจะมีช่วงที่กรนเสียงดังและค่อยสลับกันเป็นช่วง ๆ โดยจะกรนดังขึ้นเรื่อย ๆ หากสังเกตอย่างใกล้ชิดจะพบว่า ผู้ที่กรนจะหยุดหายกรนไปชั่วขณะหนึ่ง ช่วงนั้นเองที่มีการหยุดหายใจเกิดขึ้น และเมื่อระดับออกซิเจนในเลือดลดลงถึงระดับหนึ่งจากการหยุดหายใจร่างกายจะมีกลไกตอบสนองภาวะนี้ โดยจะทำให้การหลับของคนที่กรนนั้นถูกขัดขวางทำให้ตื่นขึ้น โดยจะมีอาการเหมือนสะดุ้งเฮือก หรืออาการเหมือนสำลักนํ้าลายตนเอง แล้วก็กลับมาเริ่มกรนใหม่ นอกจากจะมีผลกระทบต่อคนรอบข้างแล้ว ถ้าไม่รักษาอาจมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ นอนหลับในขณะขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอื่น ๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตในปอดสูง โรคหลอดเลือดในสมอง

  • S Snoring นอนกรนหรือไม่
  • T Tired เหนื่อยเพลีย ง่วงในเวลากลางวันหรือไม่
  • O Observed เคยมีอาการหยุดหายใจ
  • P Pressure ความดันสูงหรือไม่
  • B BMI ดัชนีมวลกายมากกว่า 35 kg/m2
  • A Age อายุมากกว่า 50 ปี
  • N Neck เส้นรอบวงของคอมากกว่า 40 เซนติเมตร
  • G Gender ผู้ชายมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิง

          ถ้าหากประเมินคร่าว ๆ จากสูตรนี้แล้ว ใครที่เข้าข่าย 3 ใน 8 ข้อขึ้นไป ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ยิ่งมีหลายข้อยิ่งมีโอกาสเป็นรุนแรงมากขึ้น จึงแนะนำให้มารับการตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจการนอนหลับ เพื่อรีบทำการรักษา
การตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab) เพื่อแยกว่าเป็นนอนกรนประเภทใดและสามารถบอกความรุนแรงของโรคได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากหรือน้อยเพียงใด เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ดีขึ้น

อุปกรณ์สำหรับตรวจการนอนหลับชนิดตรวจที่บ้าน รุ่น apnealink เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวกลุ่มโรคปอดเรื้อรัง

ใครบ้างควรตรวจ Sleep Lab

 ในผู้ใหญ่ Sleep Lab ควรตรวจเมื่อเกิดอาการ

  • – ประเมินตาม STOPBANG แล้วมี ≥ 3 ข้อขึ้นไป
  • – ตื่นนอนตอนเช้าด้วยความอ่อนล้าไม่สดชื่น
  • – ปวดมึนศีรษะต้องการนอนต่ออีกเป็นประจำ
  • – รู้สึกว่านอนหลับไม่เต็มอิ่ม มีความรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้หลับนอนมาทั้งคืน ทั้ง ๆ ที่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย
  • – ง่วงนอนในเวลาทำงานกลางวันจนไม่สามารถจะทำงานต่อได้หรือมีอาการเผลอหลับในขณะทำงาน ขณะขับรถ ในห้องเรียน ในที่ประชุม ขณะอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ หรือดูโทรทัศน์
  • – นอนหลับไม่ราบรื่น นอนกระสับกระส่ายมาก
    หายใจขัดหรือหายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ อาจมีอาการคล้ายสำลักนํ้าลาย
  • – สะดุ้งผวาหรือหายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ
  • – ความดันโลหิตสูง ซึ่งยังหาสาเหตุได้ไม่ชัดเจน
  • – ประสิทธิภาพในการทำงานหรือผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง ขาดสมาธิ พัฒนาการทางสมอง สติปัญญา และความจำแย่ลง
  • – ตื่นนอนกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุหรือปัสสาวะกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุอื่น

      ปัจจุบัน โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา มีศูนย์ตรวจการนอนหลับ เพื่อวิเคราะห์การทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายระหว่างการนอนหลับ เช่น ระบบการหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจและกล้ามเนื้อ สามารถตรวจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายเสมือนห้องนอนในบ้าน

ข้อมูลติดต่อ

โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

ศูนย์อายุรกรรม เปิดให้บริการ
  • วันจันทร์วันอาทิตย์    เวลา 07.00-19.00 .
สถานที่ตั้ง ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา