bkh

        การปวดไหล่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเป็นอันดับของการปวดทางกระดูกและข้อ รองจากอาการปวดหลังและการปวดเข่า อาการปวดไหล่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการผิดปกติของเส้นเอ็นรอบข้อหัวไหล่ (Rotator Cuff) ซึ่งที่พบได้บ่อยคือ การบาดเจ็บเรื้อรังของเส้นเอ็นข้อหัวไหล่

การบาดเจ็บเส้นเอ็นข้อหัวไหล่โดยทั่วไปจะแบ่งตามความรุนแรงได้ดังนี้
  1. 1. การบาดเจ็บเส้นเอ็นเรื้อรัง โดยที่ยังไม่มีการฉีกขาดของเส้นเอ็น โดยจะมีเพียงการอักเสบของเนื้อเยื่ออ่อนที่คลุมรอบเส้นเอ็นหัวไหล่ (Bursa)
  2. 2. การบาดเจ็บเส้นเอ็น โดยที่มีการฉีกขาดของเส้นเอ็นบางส่วน
  3. 3. การบาดเจ็บเส้นเอ็น โดยที่มีการฉีกขาดของเส้นเอ็นทั้งหมดตลอดความหนาของเส้นเอ็น
  4. 4. การบาดเจ็บของเส้นเอ็นที่ฉีกขาดเป็นเวลานาน จนมีภาวะข้อหัวไหล่เสื่อม
อาการที่พบในผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บเรื้อรังของเส้นเอ็นข้อหัวไหล่จะมีดังนี้
  1. 1. ปวดข้อหัวไหล่เรื้อรังอาจจะมีอาการปวดร้าวลงมาที่แขนหรือปวดตอนเวลากลางคืนร่วมด้วย
  2. 2. อาการปวดจะเป็นมากขึ้น อย่างช้าๆ
  3. 3. อาการปวดจะสัมพันธ์กับการใช้หัวไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกไหล่เหนือศีรษะ
  4. 4. อาการปวดอาจจะทำให้พิสัยการขยับของข้อหัวไหล่ลดลง หรืออาจจะมีอาการอ่อนแรงยกไหล่ไม่ขึ้น ในรายที่มีการฉีกขาดของเส้นเอ็นทั้งหมดอาจจะพบมีกล้ามเนื้อรอบๆหัวไหล่และสะบักลีบเล็กลงได้
สาเหตุของการบาดเจ็บเรื้อรังของเส้นเอ็นข้อหัวไหล่มีหลายสาเหตุอาทิ
  1. 1. การที่มีหินปูนเกาะที่กระดูกคลุมหัวไหล่(Acromion) หรือลักษณะของปุ่มกระดูกคลุมหัวไหล่กดจิกเส้นเอ็นข้อหัวไหล่ ทำให้เกิดการเสียดสี จนนำไปสู่การบาดเจ็บฉีกขาดของเส้นเอ็นรอบข้อหัวไหล่ได้
  2. 2. เมื่ออายุมากขึ้นเส้นเอ็นจะมีการเสื่อมสภาพลง ทำให้มีการเปื่อยและฉีกขาดได้ง่าย
  3. 3. คุณภาพของเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเส้นเอ็นข้อหัวไหล่ลดลง โดยมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่หรือโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ซึ่งทำให้เอ็นหัวไหล่บาดเจ็บได้ง่ายแต่การสมานตัวเองหลังการบาดเจ็บทำได้ไม่ดี เกิดการฉีกขาดได้ตามมา
การวินิจฉัยการบาดเจ็บเรื้อรังของเส้นเอ็นข้อหัวไหล่

      แพทย์จะทำการวินิจฉัยจากประวัติการตรวจร่างกายและภาพถ่ายทางรังสี โดยวิธีที่ได้ผลแม่นยำและเป็นที่ยอมรับในปัจจุบันคือการตรวจภาพถ่ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งจะสามารถบ่งบอกถึงการบาดเจ็บของเอ็นหัวไหล่ได้

การรักษา

      การรักษาแบบอนุรักษ์ ประกอบไปด้วย

  •       1. การควบคุมความปวดและลดอาการอักเสบของเส้นเอ็น อาทิ การใช้ยาระงับความปวดและลดการอักเสบและการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องมีการยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ
  •       2. การกายภาพและการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบข้อหัวไหล่ เนื่องจากเมื่อมีการอักเสบของหัวไหล่เกิดขึ้น จะส่งผลให้การทำงานของกล้ามเนื้อรอบขัอหัวไหล่ผิดปกติ เกิดการเคลื่อนไหวของข้อหัวไหล่ที่ผิดปกติไป และจะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น
การออกกำลังกายหัวไหล่จะแบ่งออกเป็น
  1.       1. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่หดเกร็งจากการบาดเจ็บ
  2.       2. การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่
การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

      ในกรณีที่การบาดเจ็บเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดเป็นแบบตลอดความหนาของเส้นเอ็นหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวีธีอนุรักษ์ไปแล้ว 3-6 เดือน จะเป็นข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บเส้นเอ็นหัวไหล่ ซึ่งวิธีการรักษาจะเป็น การผ่าตัดด้วยวิธีการส่องกล้องรักษา ซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบมาตรฐานในปัจจุบัน

  1.       1. การผ่าตัดส่องกล้องทำความสะอาดหัวไหล่และกรอกระดูกที่กดทับเส้นเอ็น
  2.       2. การผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมเส้นเอ็นหัวไหล่ที่ฉีกขาด

ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมกับระดับอาการและความรุนแรงของคนไข้แต่ละรายไป

      หลังการผ่าตัด จะใช้เวลาในการพักฟื้นที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 2-12 สัปดาห์ ตามความรุนแรงของการบาดเจ็บและวิธีการผ่าตัดและจำเป็นที่จะต้องมีการทำกายภาพบำบัด เพื่อที่จะสามารถกลับมาใช้หัวไหล่ได้อย่างปกติเช่นเดิม

 
ข้อมูลติดต่อ

โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

ศูนย์โรคกระดูกและข้อ เปิดให้บริการ
  • วันจันทร์วันอาทิตย์    เวลา 08.00-20.00 .
สถานที่ตั้ง ศูนย์โรคกระดูกและข้อ ชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา