Bangkok Hospital Ratchasima

      ไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งมีอยู่ สายพันธุ์ ได้แก่ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 หรือเรียกสั้น ๆว่าสายพันธุ์ ถึง หลังการติดเชื้อ ผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ที่ติดเชื้อได้ประมาณ 10 ปี ถ้ามีการติดเชื้อครั้งที่ จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรครุนแรงกว่าครั้งแรก ทั้งนี้ชนิดของสายพันธุ์ไข้เลือดออกที่ระบาดจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี

แหล่งที่มาของภาพ : https://www.thaihealth.or.th

   ปัจจุบันสามารถป้องกันไข้เลือดออกได้โดยการฉีดวัคซีน วัคซีนที่มีใช้ในปัจจุบัน ผลิตโดยบริษัท Sanofi Pasteur ชื่อ Dengvaxia ผลิตจากไวรัสลูกผสมระหว่างวัคซีนไข้เหลืองและไวรัสเดงกี่ ได้รับการจดทะเบียนครั้งแรกที่ประเทศเม็กซิโกในเดือนธันวาคม พ..2558 ปัจจุบันได้ผ่านการขึ้นทะเบียนใน 20 กว่าประเทศแล้ว รวมทั้งประเทศไทย

        การศึกษาวิจัยวัคซีน Dengvaxia ในระยะที่ หรือ phase ที่ พบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อเดงกี่ได้ ที่ 13 เดือน หลังฉีดวัคซีนครบ เข็ม โดยพบว่าในเด็กกลุ่มอายุ 9-16 ปี มีประสิทธิผลร้อยละ 65.6 และป้องกันไข้เลือดออกเดงกี่ชนิดรุนแรงได้ร้อยละ 93.2 ลดการนอนโรงพยาบาลได้ร้อยละ 80.8 ต่อมามีการวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่า ถ้าเคยติดเชื้อเดงกี่มาก่อน การฉีดวัคซีนจะได้ผลดีและมีความปลอดภัย ส่วนผู้รับวัคซีนที่ไม่เคยติดเชื้อเดงกี่มาก่อน จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นไข้เลือดออกรุนแรง เมื่อได้รับเชื้อเดงกี่โดยธรรมชาติในภายหลัง และมีโอกาสนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีน

การใช้วัคซีนไข้เลือดออก Dengvaxia โดยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

  • ฉีดในผู้ที่มีอายุ 9-45 ปี เข็ม เดือนที่ 0, 6 และ 12
  • ในเด็กที่อายุมากกว่า ปี ที่มีประวัติเคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน สามารถให้วัคซีนได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดว่ามีภูมิคุ้มกันจากการเคยป่วยหรือไม่ และอาจพิจารณาให้วัคซีนนี้โดยไม่ตรวจเลือดในสมาชิกร่วมบ้าน
  • ในกรณีนอกเหนือจากข้างต้น ควรตรวจเลือดก่อนฉีดวัคซีน และให้วัคซีนเฉพาะคนที่เคยติดเชื้อมาก่อน
  • ในผู้ใหญ่ อาจพิจารณาให้วัคซีนโดยไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดก่อน ทั้งนี้เพราะผู้ใหญ่ในประเทศไทยติดเชื้อมาแล้วมากกว่าร้อยละ 90

แหล่งที่มาของภาพ : https://www.thaihealth.or.th

          แม้จะฉีดวัคซีนครบ เข็ม แล้วก็ยังสามารถเป็นโรคได้และยังเป็นรุนแรงได้ด้วย การป้องกันไข้เลือดออกสามารถทำได้หลายวิธีร่วมกันได้แก่ การป้องกันยุงกัด กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย รวมทั้งการใช้วัคซีน ดังนั้นหากมีอาการสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก จะต้องรีบมาพบแพทย์ไม่ว่าจะเคยได้รับวัคซีนมาก่อนหรือไม่ก็ตาม

เนื่องจากผู้รับวัคซีนที่ไม่เคยติดเชื้อเดงกี่มาก่อน จะมีความเสี่ยงเกิดเป็นไข้เลือดออกรุนแรงได้ หากมีการรับเชื้อโดยธรรมชาติ (เช่นถูกยุงกัด) จึงควรตรวจเลือดดูว่ามีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วหรือไม่ ก่อนฉีดวัคซีน เพื่อยืนยันว่าเคยป่วยมาแล้ว       

        ปัจจุบันมีวิธีการตรวจเลือดว่ามีภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกหรือไม่ก่อนฉีดวัคซีนแบบรู้ผลเร็ว เรียกว่า “Onsite Dengue IgG Rapid Test” เป็นชุดตรวจเลือดสำเร็จรูป โดยเจาะเลือดจากปลายนิ้ว หรือจากเส้นเลือด อ่านผลการทดสอบในเวลาไม่เกิน 20-25 นาที มีความแม่นยำสูง (ความไว 95.3% ความจำเพาะ 98.0%) สามารถตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส Dengue ได้ทุกสายพันธุ์ (ทุก Serotype) ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายไม่สูง มีความคุ้มค่า ช่วยลดความเสี่ยงโอกาสป่วยรุนแรง ถ้าไม่เคยป่วยเป็นโรค ไข้เลือดออกมาก่อน ซึ่งเป็นผลจากการที่วัคซีนกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันแต่เป็นระดับที่เรียกว่า “enhanced antibody”

 

ข้อมูลติดต่อ

โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

ศูนย์สุขภาพเด็ก เปิดให้บริการ

วันจันทร์วันอาทิตย์       เวลา 08.00-20.00 .