phone iconHospital Hotline Call : 044-015-999, 044-429-999
ENG | THAI |
FB | Line

Covid-19,โควิด-19,วัคซีนโควิด

ไวรัสโควิด-19 คืออะไร มาจากไหน ?

ไวรัส COVID-19 มีชื่อเต็มว่า Coronavirus Disease 2019 พบผู้ป่วยรายแรกเมื่อ 12 .2562 ในประเทศจีน และต่อมาพบว่ามีการติดต่อจากคน-สู่-คนได้ นำไปสู่การระบาดในวงกว้างในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

โครงสร้างของไวรัสมีปุ่ม ๆ ยื่นออกมาเรียก Spike ทำให้เมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนจะเห็นเป็นเหมือนมงกุฎ ( ภาษาละติน corona = crown )

Covid-19 เป็นไวรัสชนิด RNA มีเปลือกหุ้ม จะฆ่าได้ต้องใช้แอลกอฮอล์ หรือสบู่/ผงซักฟอก และเป็นไวรัสที่มีโอกาสกลายพันธุ์สูง ทำให้เกิดโรคได้ทั้งในคนและสัตว์ และสามารถแพร่จากสัตว์มาสู่คนได้ 

ไวรัสโควิด-19 ติดต่อทางไหน นานกี่วันจึงมีอาการ ?

ไวรัส COVID-19 ทำให้ติดเชื้อที่ทางเดินหายใจโดยเข้าสู่ร่างกายทาง “ ปาก จมูก ตา” มีระยะฟักตัว 2 - 14 วัน (ระยะตั้งแต่รับเชื้อจนเริ่มมีอาการป่วย)

ผู้ที่มีเชื้อ COVID-19 จะแพร่เชื้อโดย

  1. การ ไอ จาม พูดคุย โดยไม่มีอุปกรณ์ปิดปากในระยะใกล้ชิด (น้อยกว่า 1 เมตร) ทำให้มีละอองฝอยของเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ฟุ้งกระจาย ซึ่งเรียกว่า “droplet” ละอองนี้จะตกลงพื้นในระยะ 1-2 เมตร นอกจากนี้การร้องเพลงหรือตะโกนในสถานที่ปิดก็สามารถแพร่เชื้อได้

  2. การฟุ้งของไวรัสในอากาศ เกิดจากการทำหัตถการบางอย่างแก่ผู้ติดเชื้อ เช่น การพ่นยา การดูดเสมหะ การส่องกล้องเข้าไปในหลอดลม เป็นต้น

  3. การสัมผัส เช่นสัมผัสโดยตรงจากมือของผู้ติดเชื้อ เช่น ผู้ติดเชื้อเอามือปิดปากเวลาไอจามแล้วไม่ล้างมือ หรือสัมผัสโดยอ้อมจากการสัมผัสพื้นผิว หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนจากมือของผู้ติดเชื้ออีกทีหนึ่ง

     โดยทั่วไปคนที่ติดเชื้อ COVID-19 จะแพร่เชื้อเมื่อป่วย มีอาการแล้ว และจะแพร่เชื้อได้มากที่สุดในช่วงที่อาการป่วยเป็นหนักที่สุด เช่น ปอดอักเสบรุนแรง คนที่มีเชื้อน้อยจะแพร่เชื้อได้น้อยกว่า และอาจแพร่เชื้อได้ ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เช่น ตั้งแต่ 2-3 วัน ก่อนเริ่มป่วย

     จากข้อมูลทางระบาดวิทยาในประเทศไทย มีเด็กที่ป่วยจากเชื้อ COVID-19 คิดเป็นร้อยละ 3.5 ของผุ้ป่วยทั้งหมด (สหรัฐอเมริกา 13%) ส่วนใหญ่เด็กมักได้รับเชื้อจากคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้ป่วยคนแรกที่นำเชื้อ COVID-19 เข้ามาในบ้านมักเป็นผู้แพร่เชื้อให้เด็ก และโอกาสที่เด็กจะติดเชื้อในบ้านอาจสุงถึง 57% กลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี มีโอกาสต้องนอนโรงพยาบาลมากที่สุด ( ประมาณ 1 ใน 4 ) และ 1 ใน 3 ของเด็กที่นอนรพ. ต้องอยู่ในไอซียู ( 6 % ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ)

อาการป่วยของโรค COVID-19 เด็กกับผู้ใหญ่ต่างกันอย่างไร?

     โดยรวมแล้วอาการป่วยในเด็กไม่ต่างจากในผู้ใหญ่แต่มักจะรุนแรงน้อยกว่า และอาการอาจจะน้อยมากจนไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 อาการในเด็กที่พบบ่อยที่สุดคือไข้ หนาวสั่น และอาการไอ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในโรคอื่นเช่นกัน ได้แก่ ปอดบวม หลอดลมอักเสบ อาการอื่นที่พบในเด็กได้บ่อยรองลงมาคือ ถ่ายเหลว ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจลำบาก มีเพียงร้อยละ 1 ที่จมูกไม่ได้กลิ่น ในเด็กโต 10 ปีขึ้นไป จะมีอาการคล้ายผู้ใหญ่มากขึ้น เช่น มีปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และมีถึง 10 % ที่จมูกไม่ได้กลิ่น นอกจากนี้เด็กอาจจะมีอาการในระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อยคือ อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้อง โดยไม่มีอาการในระบบหายใจได้ เด็กที่ป่วยรุนแรงต้องเข้าไอซียูหรือเสียชีวิต มักมีโรคประจำตัวอยู่เดิม ที่พบบ่อยคือ โรคปอดเรื้อรัง เช่น หอบหืด อ้วน มีโรคทางระบบประสาท หรือโรคหัวใจ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อ COVID-19

  1. การตรวจยืนยันเชื้อ COVID-19 นั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้วิธี RT-PCR เป็นการตรวจยืนยันในการวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐาน สามารถพบเชื้อได้ทั้งในผู้ป่วยที่แสดงอาการ (Symptomatic) และยังไม่แสดงอาการ (Asymptomatic) โดยการเก็บสิ่งส่งตรวจจากทางเดินหายใจส่วนบน (nasopharyngeal หรือ oropharyngeal swab หรือ น้ำลายใช้เวลาทดสอบประมาณ 2-3 ชม. (ห้องแล็บทั่วไปมักจะระบุว่าใช้เวลาออกผลตรวจนาน 24-36 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเวลาที่เก็บสิ่งส่งตรวจว่าเป็นช่วงเช้า หรือ ช่วงเย็น)

  2. การตรวจอย่างง่ายและเร็ว ที่เรียกว่า Rapid test ทราบผลใน 15 นาที วิธีนี้ทำได้ต่อเมื่อป่วยมาแล้วนาน 5-7 วัน หรืเคยได้รับเชื้อมาแล้วนาน 10-14 วัน จนร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรค วิธีที่ นี้คือการตรวจหา antibody จากเลือด ไม่ควรใช้วิธีนี้ในช่วงแรกที่มีอาการหรือช่วงแรกของการรับเชื้อ เพราะผลจะเป็นลบ เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังไม่เกิด

จะป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างไร?

  1. การป้องกันด้วยการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย อันประกอบด้วย

D – distancing เว้นระยะห่าง

อยู่ห่างจากคนอื่นเกิน 1 เมตร ให้นึกเสมอว่าทุกคนมีโอกาสแพร่เชื้อได้

หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัด มีความหนาแน่น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

M – Mask wearing สวมหนากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย

H – Hand Washing ล้างมือด้วยน้ำสบู่นาน 20 วินาที ถ้าไม่มีน้ำและสบู่จึงใช้ แอลกอฮอลล์เจล (แอลกอฮออล์70%) ไม่เอามือจับปาก จมูก หรือตา

T - Testing วัดอุณหภูมิ และตรวจหาเชื้อ COVID -19 (ในรายที่สงสัย)

T – Thaichana ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ เพื่อให้ความร่วมมือในการติดตามและแจ้งเตือนกรณีมีความเสี่ยงติดเชื้อ

2. Self Quarantine หรือ Home Quarantine การกักกันตนเอง กรณีที่เคยเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง (พื้นที่สีแดงมีคนติดเชื้อจำนวนมาก มีการระบาด) ขอให้กักตัวนาน 14 วัน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดบุคคลอื่น เพื่อป้องกันการนำเชื้อสู่คนในบ้าน และป้องกันนำเชื้อไปกระจายในที่สาธารณะ

3. การฉีดวัคซีน ปัจจุบันมีการผลิตวัคซีนมาใช้ป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 และเริ่มฉีดในหลายประเทศแล้ว มีทั้งชนิด mRNA vaccine และ RNA vaccine ที่ไช้ adenovirus เป็นตัวกลาง

ตรวจ #COVID19 แบบ #DriveThru ที่ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

ขั้นตอนง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน
ผู้ที่สนใจเข้ารับการตรวจ กรอกข้อมูลตาม Link ด้านล่างนะคะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ #ศูนย์ข้อมูลโควิด19
กดแอดได้เลย https://lin.ee/d0LmlGt
พญ.วิมลมาลย์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา
กุมารเวชศาสตร์
(Pediatrics)

บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลติดต่อ

โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

ศูนย์สุขภาพเด็ก เปิดให้บริการ

วันจันทร์-วันอาทิตย์       เวลา 08.00-20.00 .

Share this...
Share on Facebook
สอบถามเพิ่มเติมโทร.
สวัสดีค่ะ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ยินดีให้บริการค่ะ