phone iconHospital Hotline Call : 044-015-999, 044-429-999
ENG | THAI |
FB | Line

การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)

การรักษาด้วยวิธีการ Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) คือ การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านกะโหลก ศีรษะ ซึ่งผู้ถูกกระตุ้นจะไม่ได้รับความเจ็บปวด โดยวิธีการนี้ จะช่วยในการวินิจฉัยและช่วยในการรักษาโรคทางระบบประสาท และ จิตเวชบางประเภท

วิธีการตรวจวินิจฉัย และการรักษานี้ จัดว่าเป็นวิธีการที่มีความปลอดภัย มีผลกระทบต่อสมองเพียงเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยวิธีการอื่น เช่น การรักษาด้วยวิธีการช็อคไฟฟ้า (Electroconvulsive Therapy) หรือการกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือTranscranial Magnetic Stimulation (TMS) ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ฝังสายไฟ หรือ ใช้เครื่องมือใด ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งการรักษาด้วยTranscranial Magnetic Stimulation (TMS) ผู้ป่ วยสามารถมารับการรักษาแบบ ผู้ป่วยนอกและสามารถเดินทางกลับบ้านได้หลังการรักษา

การใช้เครื่องมือ Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) นี้ มีประโยชน์ในการวินิจฉัยและรักษาโรคทางระบบประสาทวิทยา จิตเวช บางประเภท ได้แก่

1. นำมาประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยทางระบบประสาท ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีภาวะการบาดเจ็บของสมอง และไขสันหลัง, สมองบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ , อัมพฤกษ์ อัมพาตครึ่งซีก, เด็กพิการทางสมอง, เดินเซ, การพูดผิดปกติ , พูดติดอ่าง, การกลืนผิดปกติ, โรคลมชัก

2. รักษาภาวะซึมเศร้า ที่ไม่ตอบสนองต่อยาต้านอาการซึมเศร้า (Resistant Depression)

โรคจิตเวชที่เหมาะกับการรักษาวิธีนี้ ได้แก่ โรคจิตเภท, ภาวะวิตกกังวล, ย้ำคิดย้ำทำ, ประสาทหลอนหู, คิดฆ่าตัวตาย, ติดบุหรี่, ภาวะอ้วนอยากอาหาร, ติดยาเสพติด, ออติสติก และสมาธิสั้น

3. รักษาโรค Migraine แบบมีอาการนำ Migraine with aura ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังปวดเรื้อรัง, และปวดจากปลายประสาท

4. การเคลื่อนไหวผิดปกติ พาร์กินสัน (Parkinsonism),

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง
ความเสี่ยงทั่วไป

การตรวจและรักษาด้วยวิธีนี้ ไม่มีอันตราย แต่ในระหว่างการรักษาจะมีเสียงดังจากขดลวด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรำคาญ และอาจมีการกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณหนังศีรษะและใบหน้าลำตัวในระหว่างการใช้เครื่องมือกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ Transcranial Magnetic Stimulation (TMS)

ความเสี่ยงเฉพาะ
  1. เมื่อสิ้นสุดการรักษาในแต่ละครั้ง อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงบางอย่างได้เล็กน้อย ซึ่งจะเป็นอยู่ชั่วคราวและหายไปเอง ซึ่งผลข้างเคียงที่พบในผู้ป่วยบางราย ได้แก่ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ปวดคอ คลื่นไส้และหูอื้อ
  1. ควรระวังในผู้ป่วยที่ไม่ให้ความร่วมมือมีบาดแผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่กระตุ้นมีประวัติชักมีประวัติเลือดออกง่าย หรือใช้อุปกรณ์กระตุ้นการเต้นของหัวใจ

( แหล่งที่มาของภาพ : https://www.franceshaxtonmd.com , https://chdr.nl)

Share this...
Share on Facebook
สอบถามเพิ่มเติมโทร.
สวัสดีค่ะ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ยินดีให้บริการค่ะ