phone iconHospital Hotline Call : 044-015-999, 044-429-999
ENG | THAI |
FB | Line

เป็นแผล,ล้างแผล,แผล,แผลไฟไหม้,ทำแผล

คำแนะนำการดูแลบาดแผล

เป็นแผล,ล้างแผล,แผล,แผลไฟไหม้,ทำแผล

คำแนะนำการดูแลบาดแผล

แผล (Wound) คือ การที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อต่างๆได้รับบาดเจ็บ (Trauma) ซึ่งการเกิดบาดแผลจะทำให้เกิดการปริแยก หรือฉีกขาดของผิวหนังและเนื้อเยื่อปกติ แต่ร่างกายก็มีกระบวนการที่จะทำให้บาดแผลหาย และประสานผิวหนังให้กลับมาติดกันได้

แผล,บาดแผล

การฟื้นฟูของแผลมีอยู่ 4 ลำดับคือ

  1. การหยุดเลือด (Hemostasis Phase) เกล็ดเลือด (Platelets) เป็นเซลล์สำคัญและเป็นตัวเริ่มต้นของกระบวนการนี้ในการห้ามเลือดออกจากบาดแผล
  2. การอักเสบ (Inflammatory Phase) เซลล์เม็ดเลือดขาว (Leukocytes and Macrophages)ทำลายเชื้อโรคและกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วเพื่อทำความสะอาดบาดแผล
  3. กลไกการสร้างเนื้อเยื่อทดแทน (Proliferative Phase) ขั้นตอนหลักของกระบวนการนี้ประกอบด้วยการสร้างโครงสร้างสารพื้นฐาน (Ground Substance and Matrix Synthesis) การสร้างเส้นเลือดใหม่ (Angiogenesis) การสร้างเนื้อเยื่อพังผืด (Fibroplasia) การสร้าง Granulation Tissue การสร้างเยื่อบุผิว (Epithelialization) และการสะสมของเส้นใยคอลลาเจน (Collagen Deposition)
  4. กลไกการปรับสมดุลโครงสร้างของแผล (Remodeling Phase, Maturation Phase) จะเกิดการปรับการเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนและเกิดการหดตัวของแผล (Wound Contraction) ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้บาดแผลมีลักษณะเล็กลงและราบลง

วิธีการปฏิบัติ เมื่อมีบาดแผล

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อน/หลังทาแผล เพื่อลดจานวนเชื้อโรคที่มือ
  2. ล้างแผลด้วยน้้ำสะอาดแล้วซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
  3. ใช้สาลีสะอาดชุบน้ายาแอลกอฮอล์เช็ดรอบๆแผลเท่านั้น ห้ามเช็ดในบาดแผล เนื่องจากอาจทาอันตรายต่อ เนื้อเยื่อของแผลได้
  4. ใช้สาลีสะอาดชุบน้าเกลือทาความสะอาดแผลหรือน้าสะอาดเช็ดในบาดแผล โดยเช็ดจากข้างในวนออกมาข้างนอกในทางเดียวกัน ไม่ควรเช็ดขึ้นลงหรือสลับไปมา
  5. ใส่ยาฆ่าเชื้อโรค เช่น เบตาดีน ลงบนแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ
  6. ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ หรือผ้ากอซ ไม่ควรใช้สาลีปิดแผลเพราะเมื่อแผลแห้งแล้วจะติดกับสาลีทาให้ดึงออกยาก เกิดความเจ็บปวดและอาจทาให้เลือดไหลได้อีก
ข้อบ่งชี้ในการส่งผู้ป่วยมารักษา
  1. แผลทุกประเภทที่เป็นแผลนานกว่า 4 สัปดาห์แล้วไม่หาย ยกเว้นแผลแยกจากการผ่าตัด
  2. แผลหายยากต่าง ๆ ที่ไม่ทราบสาเหตุ
คำแนะนำเพิ่มเติม
  1. ควรทำความสะอาดแผลทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง (ควรเปลี่ยนหากแผลซึมเปียกชุ่มกอซ)
  2. หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลสกปรกหรือเปียกน้ำ เพราะอาจทาให้แผลเกิดการอักเสบ เป็นหนองหรือหายช้า
  3. สังเกตอาการอักเสบของบาดแผล เช่น บวม แดง ร้อน รอบๆแผล สีผิวของบาดแผลเปลี่ยนไป มีหนอง ควรรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อรักษาต่อไป
  4. ผู้ที่ได้รับการเย็บแผล ควรกลับมาตรวจซ้ำตามนัด เพราะในปัจจุบันการล้างแผลเย็บอาจไม่ต้องทำทุกวัน ขึ้นอยู่กับชนิดของบาดแผลและวิธีการทำแผล ควรมาตัดไหมตามเวลาที่กำหนดโดยทั่วไปนัดประมาณ 7 วัน อาจน้อยกว่านี้สำหรับแผลที่ใบหน้า หรือนานกว่านั้นสำหรับแผลบริเวณแขน - ขา หรือในส่วนที่ เคลื่อนไหวบ่อย
นพ.สุธี โกศล
เวชศาสตร์ครอบครัว และ แผนฝังเข็ม
(Family Medicine)

บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลติดต่อ

โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน เปิดให้บริการ
  • วันจันทร์วันอาทิตย์    ตลอด 24 ชั่วโมง
สถานที่ตั้ง ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน ชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

Share this...
Share on Facebook
สอบถามเพิ่มเติมโทร.
สวัสดีค่ะ โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ยินดีให้บริการค่ะ